7/20/2553

จ่าเพียร ยอดมือปราบแห่งบันนังสตา

จ่าเพียร ยอดมือปราบแห่งบันนังสตา บุรุษผู้พิทักษ์สันติราษฎร์



“แค่เห็นแววตาที่มุ่งมั่น ทำให้ตัดสินใจได้เลยว่าเราจะฝากชีวิตไว้กับเขา เพราะมั่นใจว่าผู้ชายคนนี้เป็นนักสู้ สามารถปกป้องคุ้มครองเราได้แน่นอน” พิมพ์ชนา เอกสมญา เล่าย้อนภาพเหตุการณ์ช่วงปีพุทธศักราช ๒๕๑๓ ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของสาวอำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา อดีตเทพีสงกรานต์ผู้เลอโฉมในวัย ๑๗ปี กับชายหนุ่มใบหน้าคมเข้มอายุย่าง ๒๐ ปีจากบ้านทุ่งหรี่ ตำบลวังใหญ่ อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนตำรวจภูธร แลได้บรรจุเข้ารับราชการครั้งแรกในฐานะตำรวจชั้นประทวนประจำสถานีตำรวจภูธรบันนังสตาเมื่อปี ๒๕๑๓ความที่พลตำรวจหนุ่มกับเพื่อนตำรวจ วิชัย แจ้งสกุล (ปัจจุบัน คือ พ.ต.ท. วิชัย แจ้งสกุล รอง ผกก.สส.สภ. บันนังสตา จังหวัดยะลา) เช่าบ้านอยู่ด้วยกันในซอยเดียวกับบ้านพักอาศัยของหญิงสาว บริเวณข้างมัสยิดบันนังสตา ทำให้หนุ่มสาวมีโอกาสได้รู้จักกันครั้งแรกในเดือนมีนาคม ๒๕๑๔ และอีก ๗ เดือนต่อมา คือวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๑๔ ทั้งคู่ก็ตัดสินใจเดินเข้าสู่ประตูวิวาห์ในถิ่นเกิดฝ่ายภรรยาซึ่งบิดาของเธอเป็นตำรวจนอกพื้นที่มาปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่บันนังสตาและแต่งงานกับมารดาของเธอผู้เป็นชาวบันนังสตาโดยกำเนิดอย่างไรก็ดี ก่อนจะถึงวันสำคัญแห่งชีวิต ชายหนุ่มก็ลาจากว่าที่ภรรยาเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ตามป่าเขา ปล่อยให้ฝ่ายหญิงเตรียมงานอยู่ที่บ้านคนเดียว กว่าจะมาเห็นหน้าค่าตากันอีกทีก็เมื่อก่อนกำหนดวันงานเพียงวันเดียว และเมื่อพิธีสมรสผ่านพ้นไปแล้ว ชายหนุ่มก็ยังคงทุ่มเททำงานอย่างมุ่งมั่นอดทนชะตากรรมแห่งการจากพรากด้วยภาระหน้าที่ของฝ่ายสามี กลายเป็นความชาชินที่ฝ่ายภรรยาต้องจำยอม และจำต้องดำรงตนเสมือนอยู่ตัวคนเดียว เดียวดายในโลกของความเป็น “ครอบครัว” หรือต่อมาคือการอยู่เพียงลำพังกับลูกๆ ทั้ง ๔ คน คือ ชุมพล เสรษฐวุฒิ รัฐวิชญ์ และโรจนินทร์ เอกสมญา ที่ตัวเธอต้องเลี้ยงดูสั่งสอน ขณะเดียวกันยังต้องทำอาหาร ซักผ้า ทำงานบ้าน รวมถึงเย็บผ้าหารายได้เสริมไปด้วยนี้คือเศษเสี้ยวของชีวิตคนคนหนึ่งที่จักถูกเชิดชูเป็น “วีรบุรุษ” ในกาลต่อมาเป็นชีวิตที่ต้องแลกกับ “เวลา” ที่เบียดบังจากสมาชิกในครอบครัว สี่สิบปีในชีวิตราชการ เขามุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ป้องกันและปราบปรามโจรผู้ร้าย ขบวนการโจรก่อการร้าย หรือผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่อย่างจริงจัง มีการรุกไล่อย่างถึงลูกถึงคน และเข้าถึงประชาชนทุกหมู่เหล่าจนได้รับการยอมรับทั้งในอดีตตราบกระทั่งปัจจุบันอาจนับว่าชีวิตของเขา พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา เริ่มต้น ณ ที่แห่งนี้ ไต่เต้าจากตำรวจยศ “พลตำรวจ” ค่อยๆ สั่งสมผลงาน สร้างชื่อเสียงจนโด่งดัง กระทั่งอีก ๔๐ ปีต่อมาก็สิ้นสุดชีวิต ณ ที่แห่งเดียวกันในฐานะ “ผู้กำกับยอดมือปราบ” ความตายของเขาส่งผลสะเทือนอย่างรุนแรงต่อวงการสีกากีและสะท้อนให้เห็นถึงความอยุติธรรมในวงการตำรวจไทยณ ถิ่นฐานเริ่มต้น แลสิ้นสุดเส้นทางชีวิตของ “จ่าเพียร” ถูกเรียกขานกันว่า “บันนังสตา” บันทึกภาพร่วมกันกับทีมงานกู้เฮลิคอปเตอร์ตก ราวปี ๒๕๓๐วันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๓๖ จ่าเพียรนำกำลังเข้ายิงปะทะต่อสู้กับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ภูเขาปาแตรายอ ต.เก๊ะรอ อ.รามัน จ.ยะลา กระทั่งสามารถยึดค่ายพักได้ และฝ่ายตรงข้ามถูกยิงเสีย ชีวิตในที่เกิดเหตุ ๑ คน